ข่าวประชาสัมพันธ์
งานวิจัย :การพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบร่วมมือ เทคนิค STAD วิชาการงานอาชีพ
ชื่อเรื่อง    :   การพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบร่วมมือ เทคนิค STAD
                  เพื่อพัฒนาการทำงานเป็นกลุ่ม วิชาการงานอาชีพ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3
ผู้วิจัย       :   นายถาวรณ์  วังสำเภา
หน่วยงาน :   โรงเรียนหนองทุ่มศรีสำราญวิทยา สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดศรีสะเกษ
ปีที่วิจัย    :   ปีการศึกษา 2557 - 2558


บทคัดย่อ

    การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบร่วมมือ เทคนิค STAD เพื่อพัฒนาการทำงานเป็นกลุ่ม วิชาการงานอาชีพ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 2) เพื่อศึกษาผลการพัฒนาการทำงานเป็นกลุ่มของนักเรียน โดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบร่วมมือ เทคนิค STAD เพื่อพัฒนาการทำงานเป็นกลุ่ม วิชาการงานอาชีพ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 3) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนก่อนเรียนและหลังเรียน โดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบร่วมมือ เทคนิค STAD เพื่อพัฒนาการทำงานเป็นกลุ่ม วิชาการงานอาชีพ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 และ 4) เพื่อศึกษาความพึงพอใจต่อการเรียนรู้โดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบร่วมมือ เทคนิค STAD เพื่อพัฒนา การทำงานเป็นกลุ่ม วิชาการงานอาชีพ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3
    การดำเนินการวิจัยมี 4 ขั้นตอน คือ ขั้นตอนที่ 1 การศึกษาข้อมูลพื้นฐาน ขั้นตอนที่ 2 การพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบร่วมมือ เทคนิค STAD ขั้นตอนที่ 3 การทดลองใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบร่วมมือ เทคนิค STAD ขั้นตอนที่ 4 การศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่เรียนโดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบร่วมมือ เทคนิค STAD กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการทดลอง คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/1 โรงเรียนหนองทุ่มศรีสำราญวิทยา อำเภอวังหิน จังหวัดศรีสะเกษ ภาคเรียน 1 ปีการศึกษา 2558 จำนวน 30 คน ได้มาโดยการสุ่มตัวอย่างแบบกลุ่ม (Cluster Random Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย แผนการจัดการเรียนรู้ จำนวน 9 แผน ชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบร่วมมือ เทคนิค STAD จำนวน 9 ชุด แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนจำนวน 40 ข้อ แบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียนแต่ละชุดกิจกรรมการเรียนรู้ ชุดละ 10 ข้อ แบบประเมินการทำงานเป็นกลุ่ม แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียน จำนวน 20 ข้อ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติพื้นฐานได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าร้อยละ ค่า E1/ E2 ตามเกณฑ์มาตรฐาน 80/80 การทดสอบค่าที (t-test dependent samples) และวิเคราะห์ความพึงพอใจของนักเรียนที่เรียนโดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบร่วมมือ เทคนิค STAD ใช้ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน

    ผลการวิจัยพบว่า
    1. ชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบร่วมมือ เทคนิค STAD เพื่อพัฒนาการทำงานเป็นกลุ่ม วิชาการงานอาชีพ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 มีประสิทธิภาพ 82.07/81.58
    2. ผลการศึกษากระบวนการทำงานกลุ่มวิชาการงานอาชีพ โดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบร่วมมือ เทคนิค STAD นักเรียนมีกระบวนการทำงานกลุ่มอยู่ในระดับดีมาก โดยมีคะแนนเฉลี่ย เท่ากับ 22.03 คิดเป็นร้อยละ 81.60 และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เท่ากับ 3.07
    3. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียน โดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบร่วมมือ เทคนิค STAD เพื่อพัฒนาการทำงานเป็นกลุ่ม วิชาการงานอาชีพ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01
    4. ผลการศึกษาความพึงพอใจต่อการเรียนรู้ หลังการจัดการเรียนรู้โดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบร่วมมือ เทคนิค STAD เพื่อพัฒนาการทำงานเป็นกลุ่ม วิชาการงานอาชีพ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 พบว่า นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการเรียนรู้อยู่ในระดับมาก โดยมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.47 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เท่ากับ 0.54
    ผลการวิจัยครั้งนี้ สามารถใช้เป็นแนวทางสำหรับครูผู้สอนวิชาการงานอาชีพและเทคโนโลยีในการพัฒนาการเรียนรู้ โดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบร่วมมือ เทคนิค STAD และเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่เกี่ยวข้องในการนำผลการวิจัยมาประยุกต์ใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ต่อไป
โพสเมื่อ : 01 ก.ย. 2559,12:34   อ่าน 669 ครั้ง